โรงเรียนบ้านเด็กไทย

ประวัติโรงเรียนบ้านเด็กไทย

เริ่มต้นจากเมื่อปี 2540 ช่วงที่เศรษฐกิจประเทศไทยได้รับผลกระทบจากนโยบายลอยตัวค่าเงินบาท ทำให้ระบบการเงินในประเทศเกิดภาวะฟองสบู่แตก ธุรกิจหลายภาคประสบภาวะล้มละลาย อัตราการเลิกจ้างงานพุ่งสูง อัตราการจ้างงานใหม่ต่ำ กระทบต่อสภาวะเศรษฐกิจในระดับครอบครัว คนรวยกลายเป็นจน คนจนแล้วยิ่งจนอีก สภาพตึงเครียดในครอบครัวสูง มีผลกระทบโดยตรงกับสมาชิกใหม่ในครอบครัว ที่เพิ่งลืมตาดูโลก คุณแม่ซึ่งเป็นผู้ที่รับผิดชอบต่อการเลี้ยงดูลูก มีความจำเป็นจะต้องมีผู้ช่วย เพื่อตนเองจะต้องออกไปทำงานหารายได้จุนเจือครอบครัว มิให้ตกเป็นภาระอันหนักอึ้งของพ่อบ้าน แม้แต่ด้วยความรักที่มีต่อลูกอย่างสุดซึ้งที่หาใดเปรียบมิได้ ยากที่จะทิ้งลูกเพื่อออกไปทำงานสู้กับโลกภายนอก แต่ด้วยความจำเป็น ผู้ที่เป็นแม่จำเป็นที่จะต้องทิ้งลูกอันเป็นแก้วตาดวงใจ ฝากไว้ในมือของผู้อื่น หากครอบครัวที่มีคุณตา คุณยาย คุณปู่ คุณย่า อยู่ด้วยก็นับว่าโชคดี หากแต่ครอบครัวที่ผู้ใหญ่ อยู่คนละที่กัน หรือไม่สามารถจะยื่นมือเข้าช่วยเหลือ ดูแลหลานได้ ก็จำเป็นต้องให้เป็นหน้าที่ของพี่เลี้ยงเด็ก ที่ไม่รู้จักกันมาก่อน แล้วคุณแม่จะไปทำงานได้อย่างสบายใจ เบาใจได้อย่างไร หาก พี่เลี้ยงของลูกมิได้รับการฝึกอบรม และมีความรู้เพียงพอต่อการปฎิบัติหน้าที่อันยิ่งใหญ่นี้

เช่นเดียวกับผู้อื่น คุณสมนึก ลิ่มทอง ตระหนักดีต่อความจำเป็นในการฝึกอบรม ที่เหมาะสมของผู้ดูแลเด็ก เพื่อมาเป็นผู้ช่วยให้ลูกสาวที่เพิ่งคลอด ประกอบกับวิชา ความรู้ที่มีในสายครู และวิญญาณ ของความเป็นครูนั้นจึงได้ก่อตั้งโรงเรียน บ้านเด็กไทย เพื่อผลิตบุคลากร ในสายงานการดูแลเด็ก ให้มีมาตรฐาน มีความรู้ความสามารถเพียงพอ และเหมาะสมในการประกอบอาชีพ เพื่อป้อนให้กับสังคมไทย โดยตระหนักในคุณภาพของผู้ดูแลเด็กว่าเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่จะดูแลเด็กให้มีคุณภาพที่จะเติบโตในสังคมไทยต่อไป

ปรัชญาการทำงาน

เราเชื่อว่าสังคมจะดีได้เพราะคนในสังคมจะต้องเป็นคนดี และการที่คนในสังคมจะเป็นคนดี จะต้องเริ่มจากในวัยเด็กที่ได้รับการดูแลที่ดี และเด็กจะได้รับการดูแลที่ดีต้องจากผู้ดูแลเด็กที่ดีและมีคุณภาพ ดังนั้นโรงเรียนบ้านเด็กไทย มีหน้าที่ความรับผิดชอบในการเรียนการสอนและผลิต ผู้ดูแลเด็กที่ดี เพื่อนำความรู้ความสามารถ ไปประกอบอาชีพ ดูแลเด็กในสังคมของเราเพื่อให้สมาชิกในสังคมของเรามีคุณภาพ สร้างสังคมที่ดีต่อไป